ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์รอบสุดท้าย ของ ทีมชาติไทย

ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์รอบสุดท้าย ในอดีต ฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ ไม่ได้จํากัดอายุ หมือนในปัจจุบัน ทำให้เป็นหนึ่งรายการ ที่หลายชาติ ต่างส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด เพื่อหวังคว้าเหรียญทอง เป็นเกียรติประวัติ ให้ได้สักครั้ง รวมถึง ทีมชาติไทย

จนกระทั่ง มีการปรับเปลี่ยนกฏ ให้ใช้ผู้เล่น อายุไม่เกิน 23 ปีครั้งแรก ใน ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ 1992 ก็ประเทศสเปน

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย นอกจากจะเป็นการวัดฝีเท้า ของคลื่นลูกต่อไป ว่าทีมใด จะเป็นชาติที่น่าจับตามมองในอนาคตแล้ว รายการนี้ ยังมีโควต้าไป ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์รอบสุดท้าย ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเดิมพัน แทงบอล

ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ ของทีมชาติไทย

ก่อนปี 1992 นั้น ทีมชาติไทย เคยผ่าน เข้าไปเล่น ฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ ได้ถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก เกิดขึ้นในโอลิมปิกเกมส์ 1956 ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยในรอบสุดท้าย สมัยนั้น แข่งขันแบบน็อคเอาทห์

ทีมชาติไทย โชคไม่ดีนัก เมื่อต้องจับสลาก มาเจอกับ สหราชอาณาจักร ก่อนจะแพ้ไป 0-9 ซึ่งถือว่า เป็นการการพ่ายแพ้ ที่สูงสุดใน ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ ของทีมชาติไทย มาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนครั้งที่สอง ทีมชาติไทย ผ่านเข้าไป เล่นโอลิมปิกเกมส์ 1958 แต่รอบสุดท้ายก็ พ่ายแพ้รวดทั้งสามนัด โดยนัดแรก แพ้ให้กับ บัลแกเรีย 0-7 ต่อด้วยกัวเตมาลา 1-4 และนัด สุดท้ายแพ้ให้กับ สาธารณรัฐเชค 0-8

อย่างไรก็ตาม หนึ่งประตูที่ยิงได้ในนัดที่ แพ้กัวเตมาลา 1 -4 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1968 ได้ประตูจาก อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ซึ่งเป็น ประตูเดียวในประวัติศาสตร์ ใน ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ ที่นักเตะ ทีมชาติไทย ทําได้ ใน ฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์รอบสุดท้าย

อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค, ทีมชาติไทย, ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์

สู่ยุคใหม่ 1992 การจำกัดอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งแรกของ ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์

ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ ยุคเริ่มต้น มีข้อจำกัดเรื่องของ การห้ามส่งนักกีฬาอาชีพเข้าแข่งขัน ทําให้หลายประเทศ ที่มีฟุตบอลอาชีพ ต้องใช้เพียงนักฟุตบอลสมัครเล่นเท่านั้น

แม้ต่อมา จะมีการผ่อนปรน ระหว่างฟีฟ่า กับ โอลิมปิก ให้นักฟุตบอลอาชีพ สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ แต่ก็มีการจํากัดเรื่องของอายุ ให้ไม่เกิน 23 ปี ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรก ใน ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ 1992 ที่ประเทศสเปน

และผลการแข่งขัน ของทีมชาติไทย ก็ไม่ประสบความสําเร็จเลย เมื่อทำได้เพียง ลงเล่นในรอบคัดเลือก ในรอบแรกๆ ของ ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ ของทวีปเอเชีย เท่านั้น

ซึ่งผลงานที่ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นปี 2008 ที่ผ่านเข้าไปสู่ รอบคัดเลือกรอบที่สองได้ หลังจากรอบคัดเลือกรอบแรก แข่งแบบ น็อคเอาต์ (เหย้า-เยือน) เขาชนะเติร์กเมนิสถานไปแบบท่วมท้น สกอร์รวม 6-1

แต่รอบสองแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายเดียวกับ อิรัก, เกาหลีเหนือ และอินเดีย ทําได้เพียง จบอันดับ 3 ของกลุ่ม และตกรอบเพียงรอบนี้

ก้าวแรกของ AFC U23

จากการคัดเลือกปรีโอลิมปิก ที่ต้องคัดเลือก 4 ปีครั้ง ทําให้เอเอฟซี มองเห็นว่า ชาติในเอเชีย ขาดเกมที่จะพัฒนานักเตะ อย่างต่อเนื่อง

จึงเริ่มจัดฟุตบอลรายการ ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ขึ้นครั้งแรก ในปี 2013 เพื่อหวังให้ สมาชิกชาติในเอเชีย ได้มีเกมเตรียมความพร้อมนักเตะ ทีมชาติชุดใหญ่ และมีเกมต่อเนื่อง ให้ได้ฟูมฟักประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์

รายการนี้ ถูกกําหนดให้จัดขึ้น ทุก ๆ 2 ปี ดังนั้น จะมีการแข่งขันบางปี ที่นอกจากชิงแชมป์ทวีปเอเซียแล้ว ยังลุ้นโควต้าไปแข่ง ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์รอบสุดท้าย อีกด้วย

และนับตั้งแต่ การปรับรูปแบบการแข่งขันรายการนี้ ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ทีมชาติไทย ผ่านรอบคัดเลือก เข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ชิงแชมป์เอเชีย ได้ทั้งหมด 2 ครั้ง

ครั้งแรกในปี 2016 ซึ่งจัดรอบสุดท้ายขึ้น ที่ประเทศกาตาร์ โดยทีมชาติไทย อยู่ในสายที่แข็งแกร่ง โดยลงเล่นไปทั้งหมด 3 นัด ผลการแข่งขันมีดังนี้

  • เสมอ ซาอุดิอาระเบีย 1-1
  • แพ้ ญี่ปุ่น 0-4
  • เสมอ เกาหลีเหนือ 2-2

แม้จะตกรอบแรก โดยเสมอ 2 และ แพ้ 1 แต่ก็ถือว่า ทีมชาติไทยชุดนั้น มีผลงานที่ ค่อนข้างน่าพอใจ และนับเป็นการเก็บแต้ม ได้มากที่สุด นับตั้งแต่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ชิงแชมป์เอเชีย

ทีมชาติไทย, AFC U23, ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์

ส่วนครั้งล่าสุด ในปี 2018 ที่ประเทศจีน ทีมชาติไทย แพ้ รวดทั้ง 3 นัด ทำให้ไม่สามารถผ่านเข้ารอบ ไปเล่น ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ โดยผลการแข่งขัน มีดังต่อไปนี้

  • แพ้ เกาหลีเหนือ 0-1
  • แพ้ ญี่ปุ่น 0-1
  • แพ้ ปาเลสไตน์ 1-5

มาดูกันว่า ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทีมชาติไทย ในฐานะเจ้าภาพรอบสุดท้าย มีโอกาสดีมาก ที่จะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง

มาร่วมกันกับ ฟุตบอลระดับชิงแชมป์ทวีป และมีเกียรติยศ ฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย เป็นเดิมพัน ระหว่างวันที่ 6-26 มกราคม 2020 ที่ประเทศไทย ดินแดนนักเตะข้างศึกของเรา

Author: admin